อังคาร. พ.ย. 29th, 2022
คาวานี รับคุยแมนยูก่อน

คาวานี รับคุยแมนยูก่อน – เปิดใจไม่เป็นเพื่อน “เนย์มาร์”

คาวานี รับคุยแมนยูก่อน ในเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 63 เอดินสัน คาวานี กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยและนักเตะใหม่ของ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับ ได้มีการพูดคุยกับ โบคา จูเนียร์ สโมสรดังของอาร์เจนตินา ก่อนที่จะย้ายมาค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟเฟิร์ด ช่วงซัมเมอร์นี้

คาวานี รับคุยแมนยูก่อน

คาวานี วัย 33 ปี หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เมื่อสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และจากนั้นก็ได้รับความสนใจจากหลายสโมสร แต่สุดท้ายกลายเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้ตัวเขามาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว เซ็นสัญญาร่วมงานกัน 1 ปี

พร้อมออปชั่นขยายเพิ่มได้อีก 1 ปี ซึ่งล่าสุด คาวานี ออกมาเปิดเผยว่าได้รับการติดต่อจาก โบคา จูเนียร์ ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ ปิศาจแดง

คาวานี กล่าวว่า “ฮวน โรมัน ริเกลเม รองประธานสโมสรโบคา จูเนียร์ ได้เขียนข้อความมาหาผม และให้ความเคารพผมเป็นอย่างมาก เขาอยากรู้ว่าผมเป็นอย่างไรบ้างในสถานการณ์เช่นนี้ (ตอนไม่มีสังกัด) และเราก็พูดคุยกันด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน โบคา

เป็นทีมใหญ่ของโลก นักฟุตบอลทุกคนล้วนไปเล่นที่นั่น และมีคนอุรุกวัยหลายคนที่เคยไปเล่นที่นั่น มีการพูดคุยแบบลับๆ ระหว่างผมกับ ริเกลเม อยู่บ้าง แต่คุณคงต้องไปถามเขาเอาเองว่าเขาอยากจะคุยเรื่องนั้นหรือไม่ เราต้องมารอดูกันว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต มันคงเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ถ้าผมได้ไปเล่นที่โบคาในวันใดวันหนึ่ง”

นอกจากนี้ คาวานี ยังพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์กับ เนย์มาร์ อดีตเพื่อนร่วมทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง หลังจากเคยมีปัญหาแย่งกันยิงจุดโทษ ในเกมที่เปแอสเชเจอกับ โอลิมปิก ลียง ด้วยว่า “เขาเป็นคนดีนะ เรามีปัญหากันครั้งเดียวในเกมกับลียง ทุกคนก็รู้เรื่องนั้นดี เรามีการพูดคุยกันในห้องแต่งตัวและมันก็จบที่ตรงนั้น เราทุกคนในทีมไม่จำเป็นต้องเป็นเพื่อนหรือเป็นครอบครัวกันหรอก

สิ่งสำคัญคือการร่วมแรงร่วมใจกันในสนาม ปกป้องกันและกัน และวิ่งเพื่อกันและกัน คุณไม่จำเป็นต้องออกไปรับประทานอาหารมื้อเย็นด้วยกัน แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือความเคารพ และความพยายามเพื่อเพื่อนร่วมทีม มันเป็นเรื่องจริงที่ผมกับ เนย์มาร์ ไม่ได้แชร์อะไรกันมากนัก แต่สิ่งนั้นไม่ได้กีดกันให้เราสองคนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและเคารพกันและกัน”

 

ติดตามข่าวสารกีฬาอีกมากมายที่ earthufabet.com

ขอบคุณเรื่องราวข่าวสารจาก www.msn.com

By new